[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
linkเว็บ

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก




  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
7 ผลดีขั้นเทวดาของ ?กระเจี๊ยบเขียว? ที่คุณอาจไม่เคยรู้  VIEW : 105    
โดย จุ๊

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 4
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 80%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 184.22.194.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 15 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2564 เวลา 07:05:53    ปักหมุดและแบ่งปัน

7 ผลดีขั้นเทวดาของ “กระเจี๊ยบเขียว” ที่คุณอาจไม่เคยรู้
แบ่งปันเกร็ดความรู้เรื่องสุขภาพทั้งยังโรคภัยไข้เจ็บ แนวทางบริหารร่างกาย กลเม็ดลดหุ่น เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง อยู่กินของอร่อยไปได้อีกนานๆ
หากจะพูดว่าคนญี่ปุ่นนิยมทานกระเจี๊ยบเขียวมากมาย ทุกคนจะเชื่อหรือไม่ขา? ทานใหม่ๆนำไปเข้าครัวต่างๆสารพันรายการอาหารอีกต่างหาก ขนาดไปเวียดนาม ตรงนั้นยังเสิร์ฟกระเจี๊ยบเขียวให้มาย่างทานกันใหม่ๆอีกด้วย ไม่ใช่แค่รสที่ดี joker123 แต่ว่าเป็นด้วยเหตุว่าคุณประโยชน์เยี่ยมๆของกระเจี๊ยบเขียวนี่แหละ ที่ทำให้ใครๆก็หามาทานกันเยอะมาก จะมีคุณประโยชน์ในด้านใดบ้าง มาดูกันจ้ะ
ผลดีขั้นเทวดาของ “กระเจี๊ยบเขียว”
1. ช่วยลดปริมาณน้ำตาลภายในเลือด joker123 เหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แล้วก็ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก
2. ลดท้องผูก ด้วยเหตุว่ามีมูกที่ช่วยทำให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น รวมทั้งยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย
3. ลดคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย
4. ลดการเสี่ยงสำหรับเพื่อการเป็นโรคกระเพาะ เยื่อบุกระเพาะของกินอักเสบ รวมทั้งลำอักเสบได้
5. ใครกันแน่ที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้ว การทานกระเจี๊ยบเขียวพร้อมมูกเหนียวๆใสๆจะช่วยเข้าไปฉาบแผลในกระเพาะได้อีกด้วย
6. ฝักกระเจี๊ยบต้มเกลืออ่อนๆสามารถแก้ลักษณะของกรดไหลย้อนได้
7. มีโฟเลตสูง ช่วยสร้างเสริมเม็ดเลือดแดง รวมทั้งเป็นเรื่องจำเป็นต่อความก้าวหน้าของลูกน้อยในท้อง ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยเหมาะสมกับหญิงตั้งครรภ์
แนวทางกินกระเจี๊ยบเขียว
สามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆทานใหม่ๆได้เลย หรือถ้าไม่อย่างนั้นก็อาจจะนำไปปรุงอาหารกับรายการอาหารอื่นๆนำไปปิ้งด้วยไฟอ่อนๆหรือจะทานผสมกับน้ำผึ้ง น้ำมะนาว หรือไอติมก็ได้จ้ะ
กระเจี๊ยบเขียว คุณประโยชน์แล้วก็ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากกระเจี๊ยบเขียว 47 ข้อ !
By MedThai | POSTED: 24 ก.ย. 2013, UPDATED: 4 ส.ค. 2017
กระเจี๊ยบเขียว
1 กระเจี๊ยบเขียว
2 รูปแบบของกระเจี๊ยบเขียว
3 คุณประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว
4 คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากกระเจี๊ยบเขียว
5 ค่าทางโภชนาการของกระเจี๊ยบเขียวดิบ ต่อ 100 กรัม
กระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียว ชื่อสามัญ Okra, Lady's finger, Gombo, Gumbo, Bendee, Quimbamto แต่ว่าในประเทศอินเดียจะเรียกกระเจี๊ยบเขียวว่า บินดี (Bhindi) ส่วนประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียนจะเรียกว่า บามี (Bamies)
กระเจี๊ยบเขียว ชื่อวิทยาศาสตร์ Abelmoschus esculentus (L.) Moench จัดอยู่ในสกุลชบา (MALVACEAE)
สมุนไพรกระเจี๊ยบเขียว ยังมีชื่อแคว้นอีก อาทิเช่น กระต้าด (จังหวัดสมุทรปราการ), กระเจี๊ยบ กระเจี๊ยบมอญ มะเขือ มะเขือมอญ มะเขือทะวาย ทวาย (ภาคกึ่งกลาง), มะเขือมอญ มะเขือเมียนมาร์ มะเขือละโว้ มะเขือขม มะเขือมื่น (ภาคเหนือ), ถั่วเหลว (ภาคอีสาน) ฯลฯ แล้วก็สำหรับในประเทศไทย พื้นที่ที่มีการปลูกกระเจี๊ยบเขียวกันเยอะที่สุดโดยมากแล้วจะอยู่ในภาคกึ่งกลาง ดังเช่นว่า จังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดราชบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดพิจิตร สุพรรณ จังหวัดสมุทรสาคร และก็จังหวัดกาญจนบุรี
รูปแบบของกระเจี๊ยบเขียว
ต้นกระเจี๊ยบเขียว มีบ้านเกิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ในประเทศซูดาน รวมทั้งคาดคะเนว่าน่าจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยข้างหลังปี พุทธศักราช2416 โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกที่แก่ราว 1 ปี มีความสูงราว 0.5-2.4 เมตร ลำต้นแล้วก็กิ่งมีสีเขียว แต่ว่าบางโอกาสก็มีจุดประม่วง ตามลำต้นจะมีขนอ่อนหยาบๆขึ้นปกคลุม เหมือนกับใบรวมทั้งผล เจริญวัยเจริญกลางอากาศครึ่งร้อน หรือที่อุณหภูมิระหว่าง 18-35 องศาเซลเซียส แพร่พันธุ์ด้วยแนวทางใช้เม็ด
ต้นกระเจี๊ยบเขียว
ใบกระเจี๊ยบเขียว มีใบเป็นใบลำพังขนาดใหญ่ รูปแบบของใบเหมือนรูปฝ่ามือเรียงสลับกัน ใบมักเว้าเป็น 3 แฉก มีความกว้างราว 10-30 ซม. ปลายใบหยักแหลม โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ มีเส้นใบออกมาจากโคนใบ 3-7 เส้น ใบมีขนหยาบคาย ก้านใบยาว
ใบกระเจี๊ยบเขียว
ดอกกระเจี๊ยบเขียว มีดอกสีเหลืองอ่อน ที่โคนกลีบข้างในจะมีสีม่วงออกสีแดงเข้ม รูปไข่กลับหรือค่อนข้างจะกลม มีดอกตามง่ามใบ มีริ้วแต่งแต้มเป็นเส้นสีเขียวราวๆ 8-10 เส้น เรียงเป็นวงรอบโคนกลีบเลี้ยง กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ แล้วก็กลีบดอกไม้ 5 กลีบ ดอกมีเกสรตัวผู้เยอะๆ มีก้านยกอับเรณูรวมกันลักษณะเป็นหลอดยาวราว 2-3 ซม.ห่อหุ้มเกสรตัวเมียไว้ อับเรณูเล็กเยอะมากๆติดอยู่รอบหลอด ก้านเกสรตัวเมียมีลักษณะเรียวยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก ยอดเกสรตัวเมียเป็นแผ่นกลมมีขนาดเล็กสีม่วงแดง ยื่นพ้นปากหลอดดอก
ดอกกระเจี๊ยบเขียว
ผลกระเจี๊ยบเขียว หรือ ฝักกระเจี๊ยบเขียว ผลมีลักษณะเป็นฝัก โดยฝักคล้ายกับนิ้วมือเพศหญิง ฝักมีสีเขียวทรงเรียวยาว มักโค้งน้อย ปลายฝักแหลมเป็นจีบ ผิวฝักมีเหลี่ยมเป็นสัน โดยฝักมีสันเป็นเหลี่ยมตามแนวยาวอยู่ 5 เหลี่ยม ตามฝักจะมีขนอ่อนๆอยู่ทั่วฝัก ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะกลายเป็นสีน้ำตาล ในฝักมีน้ำมูกข้นเหนียวอยู่มากมาย รวมทั้งมีเม็ดลักษณะกลมอยู่มากมาย ขนาดโดยประมาณ 3-6 มม. ฝักอ่อนมีรสหวานกรอบอร่อย ส่วนฝักแก่จะมีเนื้อเหนียว ไม่เป็นที่ชื่นชอบสำหรับในการกิน
ฝักกระเจี๊ยบเขียว
ผลกระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียวจะมีอยู่ร่วมกันหลายสายพันธุ์ ซึ่งจะมีความไม่เหมือนกันในเรื่องของลักษณะ อย่างเช่น ความสูงของต้น ความยาวของฝัก สีของฝัก หรือปริมาณเหลี่ยมบนฝัก แต่ว่าสายพันธุ์ที่มีการเพาะปลูกเพื่อการส่งออกนั้นต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีฝัก 5 เหลี่ยม สีฝักมีสีเขียวเข้ม เส้นใยน้อย ผิวของฝักมีขนละเอียด ฝักดกได้ผลผลิตสูง รวมทั้งมีลำต้นเตี้ย
คุณประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียว
ฝักกระเจี๊ยบเขียวมีเส้นใยอยู่มากมาย ก็เลยช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงเดิมได้ โดยช่วยรักษาระดับการดูดซึมน้ำตาลจากลำไส้ใหญ่ให้คงเดิม กระเจี๊ยบเขียวก็เลยเป็นผักที่เหมาะสมเป็นอย่างมากสำหรับคนเป็นเบาหวาน (ผล)
ใช้เป็นยาบำรุงสมอง (ผล)
ช่วยรักษาโรคความดันเลือด รักษาความดันให้ปกติ (ผล)
ผลช่วยแก้อาการหวัด รักษาหวัด (ผล)
ช่วยคุ้มครองป้องกันอาการเส้นเลือดลีบ (ผล)
ใบช่วยขับเหงื่อ (ใบ)
ใบกระเจี๊ยบช่วยแก้โรคปากนกกระจอก (ใบ)
เส้นใยของกระเจี๊ยบยังช่วยกำจัดไขมันจำนวนสูงที่น้ำดี ซึ่งจะช่วยลดไขมันและก็คอเลสเตอรอลได้ คล้ายกับการกินยาลดไขมันแล้วก็คอเลสเตอรอล (สแตว่ากล่าวน) (ผล)
ช่วยกำจัดพิษออกมาจากร่างกายและก็ช่วยลดคอเลสเตอรอล โดยเส้นใยของกระเจี๊ยบเป็นตัวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ โดยการจับกับน้ำดี ซึ่งมักจับพิษที่ร่างกายปรารถนาถ่ายที่ถูกส่งมาจากตับ แล้วก็สารมูกในฝักยังช่วยจับพิษพวกนี้ ซึ่งการจับกับน้ำดีนี้จะกำเนิดในไส้รวมทั้งขับออกมาทางอุจจาระ ทำให้ไม่เหลือสารพิษตกค้างอยู่ในไส้ (ผล)
ผักกระเจี๊ยบเขียว คุณประโยชน์ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ(ผล)
การกินฝักกระเจี๊ยบบ่อยๆจะช่วยรักษาโรคกระเพาะ เยื่อบุกระเพาะรวมทั้งไส้อักเสบ ช่วยสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานของระบบขับถ่าย ก็เลยช่วยสำหรับในการถ่าย ทำให้อุจจาระได้ชำนาญ ช่วยคุ้มครองปกป้องท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งช่วยสำหรับเพื่อการปฏิบัติงานของระบบดูดซีมสารอาหาร ช่วยส่งเสริมการขยายพันธุ์ของแบคทีเรียที่มีสาระ (โพรไบโอติเตียนกแบคทีเรีย) ช่วยลดการเสี่ยงของโรคแผลในกระเพาะ คุ้มครองโรคมะเร็งกระเพาะแล้วก็โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ผล)
ในฝักกระเจี๊ยบเขียวจะมีสารที่เป็นมูกประเภทเพกทิน (Pectin) แล้วก็กัม (Gum) ที่มีคุณลักษณะช่วยสำหรับการฉาบแผลในกระเพาะและก็ไส้ได้ โดยคุ้มครองไม่ให้มีการแผ่ขยายของแผลได้อย่างดีเยี่ยม (ได้ประสิทธิภาพที่ดีเท่าๆกับยา Misoprotol) แล้วก็ยังช่วยยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดแผลในกระเพาะได้ (ผล)
มูกลื่นในฝักกระเจี๊ยบ ช่วยฉาบกระเพาะ ทำให้กระเพาะไม่มีการระคาย ช่วยให้ของกินถูกย่อยในไส้ได้สบายเยอะขึ้น (ผล)
ช่วยแก้บิด ด้วยการใช้ผลแก่นำมาบดเป็นผุยผงใช้ผสมกับน้ำกินแก้อาการ (ผล)
ช่วยทุเลาลักษณะของการปวดท้องของโรคกระเพาะ หรือในคนป่วยที่เยื่อบุกระเพาะรวมทั้งไส้อักเสบ (ผล)
ช่วยแก้ลักษณะของกรดไหลย้อนกลับ ด้วยการนำฝักกระเจี๊ยบมาต้มในน้ำเกลือแล้วก็ใช้รับประทานแก้อาการ (ผล)
ช่วยขับพยาธิตัวจี๊ด (ต้นเหตุมาจากการได้รับตัวอ่อนของพยาธิที่อยู่ในเนื้อดิบ ดังเช่น หมู เป็ด ไก่ กบ กุ้ง เนื้อปลา ฯลฯ) ด้วยการกินฝักกระเจี๊ยบต่อเนื่องกันตรงเวลาอย่างต่ำ 15 วัน แม้กระนั้นสำหรับบางรายจำต้องกินเป็นเดือนก็เลยจะหาย (ผล)
ช่วยแก้อาการขัดเบา (ในประเทศอินเดีย) (ผล)
ในตำราเรียนยาแผนโบราณของจีน มีการนำราก เม็ด รวมทั้งดอกกระเจี๊ยบ คุณประโยชน์ใช้เป็นยาขับฉี่ ส่วนในประเทศอินเดียนั้นจะใช้ฝักเอามาต้มกับน้ำกินเพื่อช่วยขับฉี่เมื่อมีลักษณะกระเพาะปัสสาวะและก็ทางเท้าฉี่อักเสบ หรือเมื่อเยี่ยวขัด (ผล, ราก, เม็ด, ดอก)